วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บุหรี่ไฟฟ้า หรือ บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic cigarettes หรือ E-cigarettes)

บุหรี่ไฟฟ้า หรือ บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์

(Electronic cigarettes หรือ E-cigarettes)

เป็นเทคโนโลยี่ที่จะสร้างความรู้สึกเช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ คงไว้ซึ่งสุนทรีย์ในการสูบและแทนที่บุหรี่จริงได้ เป็นบุหรี่ที่ไม่มีใบยาสูบเป็นสารผสม สิ่งที่ผู้สูบเจ้าบูหรี่ไฟฟ้าจะได้รับมีอย่างเดียวก็คือ สารนิโคติน และสารเคมีโพรไพลีนไกลคอล (PG) ที่เป็นละอองมีลักษณะคล้ายควันบุหรี่ โดยจะบรรจุในรูปแท่ง (cartridge) ควบคุมโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว และเทคโนโลยีอะตอม โดยใช้แบตเตอรี่สำหรับอัดไฟไว้ในเครื่องเพื่อใช้งานเมื่อเจ้าของต้องการสูบ ไม่มีกลิ่น ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องลมหายใจ ฟันไม่เหลือง และตัดปัญหาเรื่องควันบุหรี่มือสองได้ นอกจากนี้ บุหรี่ดังกล่าวไม่มีส่วนผสมของสารทาร์ สารพิษ หรือ สารก่อมะเร็งและไม่มีเปลวไฟ ไม่มีสารพิษใดๆ ที่ทำให้เกิดโรคร้ายทั้งหมด ตั้งแต่มะเร็งปอด มะเร็งคอ มะเร็งในช่องปาก หลอดลม ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ และอีกมากมาย

บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์เริ่มประดิษฐ์คิดค้นในประเทศจีน โดยบริษัท Ruyan ผลิตภายใต้ การดูแลของ China Health Care Society and Beijing Health Care Department และได้แพร่หลายไปทั่วโลกในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา

หากคุณต้องการเลิกบุหรี่ในทันทีไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ คุณสามารถลดปริมาณนิโคตินลงได้ทีละน้อยจนไม่มีนิโคตินเลย หรือหากคุณต้องการสุขภาพที่ดีของคุณและคนรอบข้างบุหรี่ไฟฟ้าสามารถทดแทนการสูบบุหรี่จริงได้
โครงสร้างและหลักการทำงาน E-Cigarette

บุหรี่ไฟฟ้าทำงานด้วยแบตเตอร์รี่ลิเธียมและไมโครชิพซึ่งเป็นหัวใจของระบบ ทำให้มีไฟสีแดงสว่างวาบที่ปลายมวน ประกอบเข้ากับแท่งนิโคติน ภายในบรรจุนิโคตินและสารโพรไพลีนไกลคอล (PG) ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ในแบบรูปของเหลว มีให้เลือกตั้งแต่ไม่มีนิโคติน หรือ โลว์ – มีเดียม –ไฮ ตามความต้องการของผู้ใช้ ขณะที่อุปกรณ์ขนาดจิ๋ว (ไมโครชิพ) ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนของเหลวให้กลายเป็นละอองหมอก ที่อุณหภูมิประมาณ 70 องศาเซลเซียส และจะทำให้นิโคตินเหลวร้อนขึ้นเมื่อผู้ใช้สูบ (เปิด/ปิด อัตโนมัติเมื่อมีอากาศไหลผ่าน) และกลายเป็นไอภายในสองวินาที ให้ได้รับสารนิโคตินในเกือบจะทันที แต่ไม่มีน้ำมันดินและสารก่อมะเร็งใดๆ ทำให้ปราศจาก ทาร์ คาร์บอนมอนออกไซด์ บิวเทน แอมโมเนีย ไซยาไนด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ สารหนู ฟีนอล กัมมันตภาพรังสีและสารอื่นๆ ประมาณ 4,000 ชนิด ควันที่ออกมาไม่เป็นอันตรายต่อผู้สูบและคนรอบข้าง เพราะ ไม่ใช่ควันจากการเผาไหม้ แต่เป็นเพียงละอองหมอกที่เกิดจากสารโพรไพลีนไกลคอล เพื่อคงไว้ซึ่งสุนทรีย์ในการสูบ หลังจากชาร์จไฟเต็มแล้ว แบตเตอรี่แต่ละมวนจะใช้ได้หนึ่งวันเต็มแม้สำหรับผู้สูบบุหรี่หนัก

การใช้งานนั้นเพียงแต่ประกอบแบตเตอรี่ และ หลอดนิโคตินเหลว (Cartridge) เข้ากับตัวเครื่อง คุณก็สามารถสนุกกับการสูบได้แล้ว หากไฟสีแดงอ่อนหรือไม่ติดแสดงว่าคุณต้องชาร์จแบตเตอรี่ หากเมื่อสูบแล้วไม่มีควันคุณต้องเปลี่ยนหรือเติมหลอดบรรจุนิโคตินเหลว
 

*** ถ้าใช้สำหรับเลิกบุหรี่ได้ ผมก็ว่าดีนะครับ แต่ถ้าหาก จะนำมาใช้เพื่อความเท่ห์ ผมว่าไม่ดีนะครับ

ที่มา : http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=6e816e8803b8033a

วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ถาม: อยากซื้อบุหรี่ไฟฟ้าไปให้คุณพ่อใช้ จะได้เลิกบุหรี่ได้สักทีดีไหมคะ?

ถาม: อยากซื้อบุหรี่ไฟฟ้าไปให้คุณพ่อใช้ จะได้เลิกบุหรี่ได้สักทีดีไหมคะ?

ตอบ: พ่อค้าอยากจะท้าวความไปตั้งแต่ พ่อค้าติดบุหรี่จริงๆ ตัวพ่อค้าเริ่มหัดสูบบุหรี่ด้วยความคะนองตามเพื่อน (หรือความเด็กเกินไปก็ไม่รู้) เริ่มเอาควันที่เผาไหม้จากกระดาษกับใบไม้ ตั้งแต่ ป.4 ครับ ภาพครั้งนั้นยังจำได้ติดตา กับเพื่อนในห้องน้ำเด็กประถมนู้นแนะครับ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ติดบุหรี่ แบบจริงจังอะไร จนโตมาอีกหน่อยเป็นมัธยมที่เริ่มติดจริงๆจังๆ ก็ความคะนองตามเพื่อนแหละครับ แอบสูบในห้องน้ำโรงเรียนระหว่างคาบเรียนตลอดเรื่อยมา รู้ทั้งรู้ครับว่ามันไม่ดี แต่ทำไมถึงสูบก็ไม่รู้ พอรู้ตัวอีกที มันติดไปแล้วครับ แต่ผมมองว่ามันติดเป็นนิสัยมากกว่าครับ ถ้ามานั่งสังเกตุกันดีๆ เราจะสูบบุหรี่เป็นเวลาจริงๆนะครับ ไม่เชื่อลองสังเกตุตัวเองดู

จากคำถามที่ว่าอยากจะซื้อฝากคนที่รัก ผมเห็นด้วยนะครับ ไม่ได้อยากขายของอะไรนะครับ จะไปซื้อร้านอื่นผมก็ไม่ว่าครับ ถ้าสิ่งที่คุณทำมันเพื่อคนที่คุณรักและเป็นห่วง พ่อค้าอยากจะบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้าแท่งแรกที่เริ่มใช้ แฟนผมซื้อให้ครับ และใช้มาเรื่อยจนทุกวันนี้ เจ้าแท่งนี้ก็ใช้งานได้ปกติดีทุกอย่าง (ก็ประคองไม่เคยทำตกเลยนิครับ) เหตุผลที่แฟนผมซื้อให้ ก็เพราะเค้าห่วงในสุขภาพของผมครับ เหนื่อยง่ายมากครับช่วงที่ติดบุหรี่ หน้าก็เหี่ยว ปากก็เหม็น

แต่ตอนนี้ ปัญหาต่างๆไม่มีแล้วครับ ผมก็ยังมีสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง แต่ถ้าบางครั้งที่ลืมหยิบติดตัวไป ก็ไม่ได้สูบอะไรเลยก็ปกติดีทุกอย่างครับ ไม่มีอาการอยากอะไรเลย

บุหรี่ไฟฟ้ามันยังมีนิโคตินก็จริงครับ แต่ผมว่ามันสามารถมาแบ่งเบาให้เราลดความอยาก หรือความเคยชินจากการสูบบุหรี่จริงได้อย่างลงตัวมากทีเดียว

หากคิดจะทำอะไรให้คนที่คุณรัก ก็รีบลงมือเลยครับ เชื่อผมเถอะ!!!

เล่าจากข่าว : ข่าวการจับกุมกล่อง Android Box

เล่าจากข่าว : ที่เห็นเป็นข่าวการจับกุมกล่อง Android Box ละเมิดลิขสิทธิ์ ของ CTH กันกลางงานโมบายเอ็กโปที่เพิ่งมาสดๆร้อนๆ ทำให้ตอนนี้เกิดผลกระทบกับคนขาย Android Box ที่ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ CTH เหมือนกันนะครับ ในข่าวที่โดนจับเป็นเพราะทางร้านค้าเค้าลงแอป ที่สามารถดูช่องของ CTH ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต มันก็เท่ากับผิดจริงๆแหละครับ แต่ถ้าเค้าจะจับจริงๆ ในงานมีเพียบครับ คงจับไม่ได้ของกลางแค่ 4 กล่องแน่ๆ น่าจะเป็นมัดแย็บของ CTH มากกว่าว่า เฮ้ยผมเอาจริงนะเรื่องลิขสิทธิ์

แต่ผลกระทบที่ผู้ขาย Android Box ที่ไม่ได้ละเมิดละ ตอนนี้ยอดขายคงตกกันระนาว ก็คนเค้ากลัวว่าซื้อไปแล้วจะไม่ได้ดูจริงๆ ผมประกาศไว้ตรงนี้เลยนะครับ ของที่ร้านเราขาย ไม่มีแอปเถื่อนอะไรพวกนี้ลงให้ลูกค้าแน่นอนครับ ถึงรู้ว่าไอ้ตรงนี้มันคือจุดขายชั้นดีก็เถอะ คือผมไม่ได้หวังให้ลูกค้าลงทุนสามสี่พัน เพื่อที่จะได้ใช้งานแค่ดูบอลเถื่อนนี่ครับ เจ้ากล่องนี้มันยังทำอะไรได้อีกหลายหลากครับ ซื้อไปใช้ให้คุ้มเถอะครับ

มีลูกค้าหลายท่านโทรมาถามว่า ซื้อ Android Box ที่ผมมันมีค่ารายเดือนไหม ตอบคือไม่มีครับ ไม่มีเก็บย้อนหลัง เหมาจ่าย ผ่อนจ่าย อะไรให้มากเรื่องหรอกครับ จ่ายแค่ค่ากล่อง ก็เท่ากับได้ Smart TV เครื่องใหม่เครื่องนึงแล้วครับ ลองเทียบตรรกะดูครับ สามพัน กับ สองหมื่น คุ้มเสียยิ่งกว่าซื้อขนมยายเอิป

เพราะฉะนั้น ผมขอยืนยันตรงนี้เลยนะครับ ร้านนี้ไม่มีแอปเถื่อน มีแต่พ่อค้าใจดีครับ จบข่าว!!!!

บุหรี่ไฟฟ้า ช่วยให้เลิกบุหรี่จริงๆได้ไหม?


ถาม: บุหรี่ไฟฟ้า ช่วยให้เลิกบุหรี่จริงๆได้ไหม?


ตอบ: เอาแบบความสัตย์จริง ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลครับ การเลิกบุหรี่อย่างที่รู้ๆกันดีว่า เลิกยากเลิกเย็นเหลือเกิน (บางคนบอกเลิกไม่ยากนะ ก็เลิกหลายรอบแล้วนี่ไงไม่เห็นยาก555)
มันอยู่ที่จุดเริ่มต้นที่อยู่ภายในตัวคุณเองครับ ใจคุณพร้อมแค่ไหน อยากจะเลิกจริงๆไหม ใจแข็งพอไหม เจ้าบุหรี่ไฟฟ้า มันเป็นเพียงแค่ตัวช่วยทดแทน เวลาที่เราอยากสูบบุหรี่เท่านั้นครับ

ผมมีวิธีแนะนำง่ายๆครับ




1. เริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้าให้มันจริงๆจังๆไปเลย เพราะอย่างน้อยเราก็ไม่ได้รับพวกสารก่อมะเร็งต่างๆ ที่มาจากบุหรี่จริง

2. ในครั้งแรกที่คุณเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้า ย้ำนะครับว่าครั้งแรก ให้เลิกแตะบุหรี่จริงเด็ดขาด คือให้ยึดเอาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นหลักแทนครับ

3. ใช้ชีวิตปกติของคุณไปตามปกติ อยากสูบบุหรี่โดยส่วนมากคนติดบุหรี่มักอยากเป็นเวลา อย่างเมื่อก่อนสมัยผมสูบก็จะมีเวลา ตื่นนอน/กาแฟตอนเช้า/ขณะขับรถไปทำงาน/ตอนเบรคสิบโมง/หลังข้าวเที่ยง/เบรคบ่าย/กาแฟบ่าย/ขณะขับรถกลับบ้าน/หลังข้าวเย็น/ก่อนนอนในบางวัน ไอ้เวลาเหล่านี้แหละครับเราแค่ทดแทนมันด้วยบุหรี่ไฟฟ้า แค่นั้นเอง

4.อย่าเผลอสูบบุหรี่จริง แม้แต่จับบุหรี่จริง ถือให้เพื่อนก็ไม่ได้ครับ ห้ามเลย ให้เปรียบว่า ไอ้บุหรี่จริงเนี่ย มันคือ อะไรสักอย่างที่คุณกลัวมัน ขยะแขยง ไม่อยากแม้แต่จะแตะ

5.ใครที่ต้องการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าด้วยหลังจากเลิกบุหรี่จริงได้แล้ว ผมขอบอกว่ามันมีความรู้สึกง่ายมากครับ เดี๋ยวเราจะลืมไปเองว่าเราอยาก (อันนี้เรื่องจริง ผมทุกวันนี้ชอบลืมหยิบบุหรี่ไฟฟ้าติดตัวไป ก็ไม่ได้สูบอะไรเลย ไม่มีอาการอะไรด้วย)
6.ใครที่ติดใจบุหรี่ไฟฟ้าไปเลย ก็ยังโอเคกว่าครับ แค่ควันเท่านั้นที่ก่อความลำคาญกับคนรอบข้างที่ไม่ได้สูบบุหรี่บ้าง เพราะเค้ายังติดกับความอันตรายของบุหรี่จริง สูบไปเถอะครับงั้น
นี่คือวิธีที่ผมใช้ส่วนตัวนะครับ และมันก็ได้ผลจริงๆ ใครจะลองดูก็ได้ครับ หรือใครจะบอกว่าหักดิบไปเลยสิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องมาเสียตังให้ผม ก็ยิ่งดีครับถ้าหักดิบได้ผมก็ดีใจด้วยครับผม^^

1. เริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้าให้มันจริงๆจังๆไปเลย เพราะอย่างน้อยเราก็ไม่ได้รับพวกสารก่อมะเร็งต่างๆ ที่มาจากบุหรี่จริง
2. ในครั้งแรกที่คุณเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้า ย้ำนะครับว่าครั้งแรก ให้เลิกแตะบุหรี่จริงเด็ดขาด คือให้ยึดเอาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นหลักแทนครับ
3. ใช้ชีวิตปกติของคุณไปตามปกติ อยากสูบบุหรี่โดยส่วนมากคนติดบุหรี่มักอยากเป็นเวลา อย่างเมื่อก่อนสมัยผมสูบก็จะมีเวลา ตื่นนอน/กาแฟตอนเช้า/ขณะขับรถไปทำงาน/ตอนเบรคสิบโมง/หลังข้าวเที่ยง/เบรคบ่าย/กาแฟบ่าย/ขณะขับรถกลับบ้าน/หลังข้าวเย็น/ก่อนนอนในบางวัน ไอ้เวลาเหล่านี้แหละครับเราแค่ทดแทนมันด้วยบุหรี่ไฟฟ้า แค่นั้นเอง
4.อย่าเผลอสูบบุหรี่จริง แม้แต่จับบุหรี่จริง ถือให้เพื่อนก็ไม่ได้ครับ ห้ามเลย ให้เปรียบว่า ไอ้บุหรี่จริงเนี่ย มันคือ อะไรสักอย่างที่คุณกลัวมัน ขยะแขยง ไม่อยากแม้แต่จะแตะ
5.ใครที่ต้องการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าด้วยหลังจากเลิกบุหรี่จริงได้แล้ว ผมขอบอกว่ามันมีความรู้สึกง่ายมากครับ เดี๋ยวเราจะลืมไปเองว่าเราอยาก (อันนี้เรื่องจริง ผมทุกวันนี้ชอบลืมหยิบบุหรี่ไฟฟ้าติดตัวไป ก็ไม่ได้สูบอะไรเลย ไม่มีอาการอะไรด้วย)
6.ใครที่ติดใจบุหรี่ไฟฟ้าไปเลย ก็ยังโอเคกว่าครับ แค่ควันเท่านั้นที่ก่อความลำคาญกับคนรอบข้างที่ไม่ได้สูบบุหรี่บ้าง เพราะเค้ายังติดกับความอันตรายของบุหรี่จริง สูบไปเถอะครับงั้น
นี่คือวิธีที่ผมใช้ส่วนตัวนะครับ และมันก็ได้ผลจริงๆ ใครจะลองดูก็ได้ครับ หรือใครจะบอกว่าหักดิบไปเลยสิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องมาเสียตังให้ผม ก็ยิ่งดีครับถ้าหักดิบได้ผมก็ดีใจด้วยครับผม^^

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิธีใช้ กล้องติดรถยนต์ HD DVR



HD Car DVR
เป็นกล้องบันทึกภาพขนาดเล็ก สารพัดประโยชน์

  • หน้าจอ LCD พับได้ หมุนได้270องศา
  • มีInfrared บันทึกภาพในที่มืด เปิด-ปิดเองตามสภาพแสง (ในระยะไม่เกิน 3เมตร)
  • เลนส์มุมกว้างรับภาพ 120 องศา
  • รองรับ SDHC ได้ถึง 64 GB.
  • บันทึกไฟล์วิดีโอสูงสุด 1280*720
  • บันทึกภาพนิ่งสูงสุด 5 ล้านพิกเซล
  • เลือกให้บันทึกเฉพาะเสียงได้
  • เลือกใช้โหมด Motion Detection Recording (บันทึกเองเมื่อมีการเคลื่อนไหวในเฟรมภาพ)
  • ติดตั้งในรถ เสียบไฟจากช่องจุดบุหรี่ จะเปิดทำงานเองเมื่อสตาร์ทรถ
  • สั่งอัดแบบวนทับไฟล์เดิมได้ ทุกๆ 2 - 5- 10 นาที ป้องกันปัญหาmemory เต็ม
  • ใช้แบตฯ โนเกีย BL-5C หาง่ายและราคาถูกมาก
  • เมนูปรับแต่งได้หลายรูปแบบ เช่น power save , ปิดหน้าจออัตโนมัติ แต่กล้องยังบันทึก ฯลฯ

การใช้งาน

  • ติดกระจกรถ นิยมติดไว้หลังกระจกมองหลัง เพื่อไม่เป็นการบดบังทัศนวิสัยการขับขี่
  • ติดตั้งในบ้าน ร้านค้า สำนักงาน บริเวณควบคุมต่างๆที่ระบบกล้องวงจรปิดหลัก ทำงานไม่ได้ผล
  • ติดตั้งเป็นระบบบันทึกการทำงานชั่วคราวเช่นกิจกรรมนอกสถานที่ ในห้องสอบ ในบูธแสดงสินค้าหรือขายของ
  • ติดตั้งกับคอมพิวเตอร์จะเลือกให้เป็นโหมด PC cam หรือ WebCam ได้ (ใน win7 ไม่ต้องมี driver ใช้ได้เลย)
  • ฯลฯ

ประโยชน์และการประยุกต์ใช้

  • บันทึกหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือโจรกรรม
  • บันทึกเส้นทางสำหรับการทำงาน การท่องเที่ยว
  • บันทึกการทำงาน การเล่นกีฬา เช่นกอล์ฟ ล่องแก่ง ปีนหน้าผา จักรยาน ฯลฯ
  • บันทึกภาพมุมสูงด้วยการติดไปกับเครื่องบินบังคับวิทยุ
  • บันทึกภาพในที่คนลงไปหรือเข้าไปไม่สะดวก ใช้กล้องนี้แทนกล้องสำรวจได้
  • บันทึกพฤติกรรมของพนักงานหรือบุคคลน่าสงสัย
  • ฯลฯ

วิธีใช้, บุหรี่ไฟฟ้า



ทำไมต้องบุหรี่ไฟฟ้า?

แนะนำและอธิบายวิธีใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ มือเก่าก็ขอเรียนเชิญครับ มาช่วยกันแนะนำเทคนิคและวิธีใช้ให้กับผู้เริ่มต้นกัน

เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วผมเคยถามคำถามนี้กับตัวเองมาแล้วครับ จนได้มาศึกษาค้นหาข้อมูลต่างๆรวมทั้งประสบการณ์จริงจากผู้ใช้งาน ทั้งคนใกล้ตัวและใน internet 
ทำให้ตัดสินใจกินแกลบถอยชุด 510 standard auto มาใช้ผลที่ได้รับคือ ผมเลิกบุหรี่จริงได้ทันทีในวันแรกที่เริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้า 
ทั้งที่เคยพยายาม ทั้งลอง ทั้งลด ทั้งเลิก โดยไม่ใช้ตัวช่วยใดๆก็ไม่เคยได้ผล ปัญหาและคำถามในใจผมก็น่าจะคล้ายๆกับมือใหม่ และผู้ที่สนใจหลายๆท่านที่ว่า 
"มันดีจริงหรือ?" "มันจะปลอดภัยหรือไม่?" "ราคาแพงขนาดนี้จะใช้ได้คุ้มค่าหรือเปล่า?" คำตอบของคำถามเหล่านี้ที่ผมค้นพบด้วยประสบการณ์คือ
- ผมเลิกบุหรี่จริงในได้วันแรกที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า
-กลิ่นปาก กลิ่นตัว ที่เป็นกลิ่นเหม็นไหม้ของบุหรี่หายไป
-อาการไอ จาม ในตอนเช้าที่ตื่นนอนหายไป
-เสียงที่เคยแหบแห้งก็ชัดเจนแจ่มใส หน้าตามีน้ำมีนวล สาวติดตรึม(อันนี้ผมเอาฮาครับ มีผลเฉพาะบุคคล ท่านใดใช้แล้วสาวไม่ติดอย่ามาโทษผมนะ )
-อาการเหนื่อยง่าย หอบง่าย ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้เป็นเวลานานหายไป
-สุขภาพร่างกายโดยรวมสมบูรณ์แข็งแรงขึ้น เจริญอาหารมากขึ้น
-ความปลอดภัยในระยะยาว แม้จะยังไม่อาจหาคำตอบได้ แต่ถ้าในระยะ 1-2 ปี จากประสบการณ์ของตัวเองไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
-เทียบกับบุหรี่จริงแล้ว สารเคมี สารตกค้างที่อาจมีจากตะกั่วที่บัดกรีในอะตอม(CE2), ไอการเผาไหม้ที่เกิดจากเส้นใยเดินน้ำยา และไอน้ำที่ได้จากการต้มน้ำยา มีน้อยและปลอดภัยกว่าบุหรี่จริงอย่างเทียบกันไม่ได้
-ผลข้างเคียงที่ได้รับมีน้อยกว่าผลข้างเคียงจากบุหรี่จริง (ปากแห้ง คอแห้ง คันคอ บางรายอาจมีอาการแพ้สารบางตัวในน้ำยา แต่สามารถเปลี่ยนชนิดเพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ได้)
-สามารถสูบได้โดยแทบจะไม่รบกวนคนข้างเคียง เพราะควันที่พ่นออกมาคือไอน้ำธรรมดา ซึ่งถ้าหากจะมีนิโคตินปนออกมาด้วยก็น้อยแสนน้อยจนเอามาเทียบกันกับ"ควันมือสอง"ไม่ได้เลย
-สามารถสูบได้แม้ในห้องแอร์ ห้องนอน หรือในรถโดยไม่ต้องเปิดกระจก เพราะไอน้ำแทบไม่มีกลิ่น ไม่เป็นอันตราย(แต่ถ้าสูบในรถไอน้ำอาจบดบังวิสัยทัศน์ในขณะขับรถได้ แต่ไม่มากนัก)
-ราคาการลงทุนเริ่มต้นแม้จะสูงถึงประมาณ 2000 กว่าบาท แต่สามารถคืนทุนได้ในเวลา 3-4 เดือนเป็นอย่างสูง ไม่นับชุดอุปกรณ์เริ่มแรก แค่ค่าน้ำยาขวดละ 70-150 บาท และ 1 ขวดใช้ได้ 5 วัน ถึง 3 อาทิตย์ เทียบกับสูบบุหรี่วันละซอง 75 บาท(ราคา Marlboro สมัยผมยังไม่เลิกสูบ) คูณ 30 วัน เป็นเงินเดือนละ 2250 บาท ไม่รวมต้นทุนสุขภาพที่ได้คืนมา จะเห็นว่าคุ้มค่ามาก

ข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้าก็มีครับ แล้วแต่ท่านผู้เริ่มใช้ หรือกำลังตัดสินใจจะใช้พิจารณานะครับ
-ค่อนข้างยุ่งยากในการดูแลรักษาและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น อะตอมน้ำยาท่วม, แบตชาร์จไฟไม่เข้า, น้ำยาลงไม่ทัน ฯลฯ ซึ่งต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ในการดูแลและแก้ไขเฉพาะหน้า สามารถค้นหาดูข้อมูลที่มีอยู่แล้วในบอร์ดนี้ได้เลย หรือจะตั้งคำถามใหม่ก็ได้ครับ คนตอบมีเยอะแยะ อิอิ 
-รสไม่เหมือนบุหรี่จริงโดยสิ้นเชิง เวลาที่เราสูบบุหรี่จริงมันจะเป็นรสของควัน ซึ่งจะขมและเหม็นไหม้ แต่บุหรี่ไฟฟ้าเป็นรสหวานปะแล่มๆครับ แต่ถ้าเอาน้ำยามาแตะลิ้นโดยตรงมันจะซ่าๆลิ้น ไม่ถึงกับขื่นและมีหวานติดปลายเล็กๆครับ ทำให้ไม่รู้สึกผะอืดผะอมเพราะความขมเหมือนเวลาสูบบุหรี่จริง
-จากประสบการณ์ที่เคยพบ บางท่านติดกลิ่นและควันจริงๆจากการเผาไหม้ของบุหรี่จริง ทำให้ไม่มีความต้องการหรือสนใจจะใช้บุหรี่ไฟฟ้า
-ผลข้างเคียงที่ไม่ใช่เกิดจากอาการแพ้สาร Propylene Glycol ในน้ำยาค่อนข้างจะน่ารำคาญนั่นคือ คอแห้ง ปากแห้ง ผิวแห้ง คันคอ ทำให้ต้องสูบไปจิบน้ำไปอยู่ประจำ
-อุปกรณ์ทุกชิ้นมีอายุการใช้งาน เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพจำเป็นต้องมีอะไหล่สำรองติดตัวไว้เสมอกรณีเกิดอุบัติเหตุขลุกขลักขึ้นมา ก็ยังไม่ขาดบุหรี่ไฟฟ้า

ควรจะใช้บุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใด ถึงจะเหมาะสมกับตัวเอง?

หลักๆแล้วจะแบ่งกลุ่มผู้สูบบุหรี่ออกเป็น 3 ระดับครับ คือ
1.ผู้ที่สูบน้อย, สูบขำๆยามว่าง หรือสูบเฉพาะตอนเที่ยว ประมาณไม่เกินครึ่งซองต่อวัน
2.ผู้ที่สูบเป็นประจำแต่ไม่ถี่ ประมาณ 1-2 ซองต่อวัน
3.ผู้ที่สูบจัด ตั้งแต่ 2 ซองขึ้นไปต่อวัน

สำหรับผู้ที่เข้าข่ายข้อ 1 จริงๆแล้วแค่ชุด 510-T standard สักชุดก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเบื่อที่จะต้องชาร์จแบตหรือเติมน้ำยาบ่อยๆ จะใช้ eGo-T เลยก็ได้ครับ แต่ถ้าต้องการพกพาสะดวกและไม่เตะตา ขนาดกะทัดรัด ก็ควรจะเป็นชุด 510-T standard

ผู้ที่เข้าข่ายข้อ 2 แนะนำว่าเป็นชุด eGo-T แบบ Full Set ที่มีแบตให้ถึง 2 ก้อนไปเลยจะจบทุกอย่างครับ แทบไม่ต้องพะวงว่าแบตจะหมดในระหว่างวันเลย จริงๆแล้วรูปทรงก็ถือว่าสวยเลยนะครับสำหรับรุ่นนี้ แต่ถ้าอยากจะใช้แบบกะทัดรัด 510-T standard ก็ได้ครับ แต่คงต้องพกแบตกันทีเป็นมัดๆ

ผู้ที่เข้าข่ายข้อ 3 ชุด eGo-T Full Set ก็อาจไม่เพียงพอ แนะนำว่าใช้แบต mod ขนาดใหญ่ไปเลยจะดีกว่าครับ เลือกตัวที่มีความจุตั้งแต่ 2200 mah ขึ้นไปก็น่าจะเพียงพอ แต่ควรจะมีแบตสำรองไว้คอยสลับสับเปลี่ยนขณะชาร์จแบตด้วยจะดีกว่าครับ ส่วนจะหาแบต mod จากไหน ในบอร์ดนี้ก็มีผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหลายท่านครับทั้งคุณ The Cignature, คุณ nov7 และคุณ bickbanmoh ไว้วางใจได้ทั้งคุณภาพและการบริการครับ

จะใช้น้ำยากลิ่นอะไรดี และระดับนิโคตินเท่าไหร่?

สำหรับเรื่องกลิ่นแทบจะแนะนำกันไม่ได้เลยครับ เพราะ 100 คน ก็ 100 แบบ เป็นปัญหาโลกแตกกันจนทุกวันนี้
แต่พอจะแบ่งกว้างๆได้ดังนี้ครับ
1.กลิ่นแนวบุหรี่
2.กลิ่นแนวเย็นๆ
3.กลิ่นแนวผลไม้หรือขนม

ปกติถ้าเป็นท่านที่ตอนสูบบุหรี่จริงสูบ L&M แดง, Marlboro แดง, กรองทิพย์, กรุงทอง ฯลฯ ที่ไม่ใช่แบบ Menthol จากการสอบถามผู้รู้และผู้จัดจำหน่ายน้ำยา จะแนะนำว่าให้ลองใช้กลิ่น USA MIX(คือกลิ่น Marlboro แต่เปลี่ยนชื่อเรียกเนื่องจากปัญหาลิขสิทธิ์)ไปก่อนครับ แล้วค่อยทดลองกลิ่นอื่นๆ เช่น DK-Tab, Turkish Blended, Cuba Cigar และ Virginia เป็นต้น

หากเป็นท่านที่สูบกลิ่นแบบเย็นๆ พวก Menthol, Ice หรือ Black Menthol แนะนำว่าลอง USA MIX Menthol ดูก่อนครับ จะมีกลิ่นบุหรี่และหอมเย็นๆ แต่ถ้าอยากได้เย็นๆหอมๆแต่ไม่มีกลิ่นบุหรี่ก็จะเป็นกลิ่นจำพวก Mint หรือ Menthol ครับ

หากเป็นท่านที่ชอบสูบบุหรี่ผลไม้เช่น Peel, DJMix, Black Devil, SKL หรือบารากู่ เป็นต้น กลิ่นผลไม้มีให้เลือกเยอะมากมายคับ แบบผลไม้ผสมกลิ่นเย็นๆก็มี ที่นิยมกันมากๆก็กลิ่น Apple, Pina Colada(สัปปะรดคอกเทล) และStrawberry เป็นต้น

สุดท้ายคือหากไม่เจอกลิ่นที่ถูกใจอาจจะต้องลองผสมกลิ่นดูเองครับ

ระดับนิโคตินที่เหมาะสม
-สำหรับผู้ที่สูบน้อย เริ่มจากแบบ low(6 mg) ยังได้เลยครับเพราะไม่หนักไป ชิวๆได้ที่
-ผู้ที่สูบ 1-2 ซองต่อวัน จะใช้ตั้งแต่ high(16 mg)แล้วค่อยปรับลดลงมาหากแรงเกินไป หรือจะเริ่มจาก medium(11 mg)เลยก็ได้ครับ
-ผู้ที่สูบ 2 ซองขึ้นไปต่อวัน เริ่มตั้งแต่ high(16 mg)เลยก็ได้ครับ แต่ถ้ารู้สึกว่าจะแรงไป มึนเกินรับไม่ไหว ค่อยลองปรับมาเป็น medium(11 mg)ครับ

ทั้งนี้หากเป็นผู้ที่ต้องการสูบเพื่อทดแทน หากหาระดับนิโคตินที่พอเหมาะกับตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องปรับลดระดับนิโคตินลงก็ได้ครับ แต่ถ้าเป็นผู้ที่ต้องการสูบเพื่อเลิก ค่อยๆปรับตัวให้ชินในแต่ละระดับแล้วค่อยๆลดระดับลงมาจนถึง non(0 mg)คือไม่มีนิโคติน แล้วจะเลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้าต่อไปด้วยเลยก็เป็นเรื่องประเสริฐที่สุดครับ

ได้บุหรี่ไฟฟ้ามาแล้ว แต่จะใช้ยังไง?
ขั้นแรกคือต้องทราบก่อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่ได้มาเป็นรุ่นอะไร แบตมีความจุเท่าไหร่ อะตอมทำงานปกติทุกตัวหรือไม่ อุปกรณ์ในชุดมีครบตามที่สั่งซื้อมาหรือไม่
ต่อมาก็ทดลองใช้เลยครับ ในที่นี้สมมติว่าเป็นชุด 510-T standard แบบ manual นะครับ เริ่มจาก
1.นำอะตอมมาขันเกลียวต่อเข้ากับแบต
2.นำคาทริดจ์มาแกะห่อ เปิดฝา เติมน้ำยาลงไป แล้วปิดฝาให้สนิท
3.เสียบคาทริดจ์เข้ากับอะตอม กดลงไปให้แน่นสนิทเลยนะครับ แต่ไม่ต้องหมุน ควง ทะลวงอะไรให้รุนแรง แค่กดลงไปตรงๆ ถ้าทำถูกต้องจะได้ยินเสียงดัง "กรึก" นั่นคือเดือยโลหะในอะตอมเจาะเข้ามาในคาทริดจ์แล้ว
4.สังเกตุระดับน้ำยาในคาทริดจ์ ด้วยการถือบุหรี่ไฟฟ้าในแนวตั้งให้ด้านคาทริดจ์อยู่ด้านบน และดูระดับน้ำยาว่ามีฟองอากาศผุดขึ้นหรือไม่ ถ้ามีฟองอากาศผุดขึ้นแสดงว่าน้ำยาได้มีการไหลลงไปยังอะตอมแล้ว แต่ถ้าไม่มีปฏิกริยาใดๆ ให้ถอดคาทริดจ์ออกมา และแกะฝาดูว่ารูที่เจาะเปิดขึ้นเพียงพอหรือไม่
5.ถ้าระดับน้ำยาในข้อ 4 มีการไหลลงสู่อะตอมแล้วให้ลองสูบดู วิธีสูบคือ ใช้ปากคาบคาทริดจ์ไว้ กดปุ่มที่แบต แล้วออกแรงสูบแรงกว่าบุหรี่จริงเล็กน้อยและสูบลากสัก 5-6 วินาที แล้วปล่อยมือจากปุ่มกด หากมีไอน้ำออกมาหลังจากที่พ่น และมีกลิ่นน้ำยาชัดเจน ไม่มีอาการเหม็นไหม้หรือแสบคอ แสดงว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีสภาพปกติและพร้อมใช้ครับ

ความแตกต่างของบุหรี่จริง&บุหรี่ไฟฟ้า


บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยจริงหรือ?
เป็นคำถามสำคัญอันดับแรกเลย ที่คนที่สูบบุหรี่มักจะตั้งคำถามไว้ในใจก่อน  ขอตอบโดยให้ข้อมูลดังนี้ครับ
ถ้าคุณเป็นคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว  e-cigarette มีความเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ที่คุณสูบอยู่หลายร้อยเท่า ด้วยเหตุผลที่ว่า
มันไม่มีส่วนผสมใดๆ ที่เกีียวข้องกับใบยาสูบเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นมันจึงไม่มีสารต่างๆ เหล่านี้อันได้แก่ทาร์หรือน้ำมันดิน
คาร์บอนมอนออกไซด์ บิวเทน แอมโมเนีย ไซยาไนด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ สารหนู ฟีนอล กัมมันตภาพรังสีและอื่นๆ
ที่สามารถทำให้เกิดโรคต่างๆ อันได้แก่ โรคถุงลมโป่งพอง มะเร็งที่ปอด คอและปาก ฟันไม่มีคราบเหลือง
ปลอดภัยกับผู้ใช้ และผู้ใกล้ชิด
แล้วมีคำถามกลับว่า ถ้ามันปลอดภัยกว่าบุหรี่ แล้วมันปลอดภัย 100 % หรือเปล่า

ผมขอตอบแบบตรงไปตรงมาอย่างนี้ครับ  ของทุกอย่างในโลก ถ้าเราบริโภคมันแต่พอดี ไม่มากจนเกินไป ก็ปลอดภัยครับ
หรือหากจะพูดแบบกวนๆ หน่อยก็ได้ว่า หากมีคนถามคุณว่า กินปลาหมึกหรือกินเต้าหู้ปลอดภัย 100 % หรือเปล่า
ใครจะมายืนยันกับคุณว่า กินปลาหมึกอบกรอบของเขาหรือเต้าหู้ของเขาแล้วมันปลอดภัย 100% ทุกอย่างที่ผลิตขึ้นมา
หากบริโภคมากเกินไป ก็ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดอะไรได้ทั้งนั้น  เช่นวันๆ เอาแต่นั่งกินเต้าหู้มันทั้งวัน
เพราะร้านที่ทำเต้าหู้บอกว่ามันปลอดภัย  ถามว่าใครจะกล้าบอกว่า ปลอดภัย 100%  นั่นคือสาเหตุว่าทำไมหน่วยงาน
FDA (Food and Drug Administrator) ในต่างประเทศจึงระบุว่า e-liquid ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
อีกทั้ง ตัว e-cigarette เองก็ไม่เข้าข่ายว่าเป็นบุหรี่ เนี่องจากไม่มีส่วนผสมของใบยาสูบเลย แต่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทดแทน
หรือเป็นทางเลือกของคนที่สูบบุหรี่ และไม่เข้าข่ายว่าเป็น smoking cessation device แต่เป็น battery-operated nicotine
delivery device หรืออุปกรณ์ที่นำนิโคตินสู่ร่างกาย ซึ่งก็เป็นหลักการเดียวกับ หมากฝรั่งเลิกบุหรี่ หรือแผ่นแปะเลิกบุหรี่
ที่ขายกันตามร้านขายยาในบ้านเรา พูดง่ายๆ ก็คือเป็นอุปกรณ์ที่เขาออกแบบมาให้มีลักษณะภายนอกให้เหมือนบุหรี่
และสามารถสร้างควันให้คล้ายๆ กับบุหรี่จริงนั่นเอง เพี่อช่วยให้คนที่ต้องการเลิกบุหรี่สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ทางเลือก
อีกทางเลือกนึงแทนที่จะใช้แผ่นแปะ หรือหมากฝรั่งนั่นเอง

ต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่ามันมีข้อแตกต่างระหว่าง smoke กับ vapor นะครับ เขาถึงจัดว่ามันไม่ใช่ smoking device
smoke หมายถึงควันที่เกิดจากการเผาไหม้ เช่นควันที่เกิดจากการไหม้ของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษไหม้
หรือบุหรี่ไหม้ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีสารปนเปื้อนอยู่เยอะ ส่วน Vapor จะหมายถึงควันในรูปแบบของไอน้ำ
นึกง่ายๆ ก็เช่นพวกหมอกของไอน้ำต่างๆ ทั้ง smoke และ vapor หากดูจากภายนอกแล้ว ค่อนข้่างจะเหมือนกันมากๆ
(เหมือนเพลงหมอกและควันของพี่เบิร์ดเลย ดูเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน) แต่การเกิดของมันไม่เหมือนกัน
และสารปนเปื้อนที่ปนมาก็ไม่เหมือนกันเช่นกันครับ คงไม่ต้องบอกว่าอะไรมีสารพิษมากกว่ากัน

สำหรับท่านที่ต้องการคำตอบจากผมว่า ปลอดภัย 100 % นั้น ผมเองก็ขอแนะนำว่า หากท่านมีความกังวลมาก
และต้องการสิ่งที่ปลอดภัย 100% ก็ควรที่จะไม่สูบอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่จริง หรือ e-cigarette ครับ ฟังดูอาจกวนๆ
แต่ก็เป็นความจริงครับ เพราะหากคุณวันๆ เอาแต่สูบ e-cigarette ซึ่งปลอดภัยมากพอสมควรแล้ว ท่านก็อาจจะได้รับนิโคติน
มากเกินไป ซึ่งก็จะมีผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน นั่นแหละคือที่มาที่ว่า ทาง FDA เพียงแต่ระบุึว่า ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตราย
ต่อชีวิต แทนที่จะใช้คำว่า ปลอดภัย 100% ต่อชีวิต  เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่า ท่านๆ ที่นำ e-cigarette ไปใช้ จะใช้กันเยอะขนาดไหน
จึงระบุไว้เพียงแค่ว่า ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย  เหมือนกับโฆษณาว่า ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวดยังไงยังงั้นเลยครับ
ของหลายอย่างที่เข้าข่าย แต่กลับยอมให้ขายได้ มีตั้งเยอะครับ เช่นผงชูรส เครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟ หรือแม้แต่บุหรี่จริงๆเอง
ทุกอย่างไม่มีปลอดภัย 100% ครับ  เพราะคำว่าปลอดภัย 100% สำหรับผมจะหมายถึงจะบริโภคเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีอันตรายใดๆ
ทั้งสิ้น เท่าที่พอจะนึกออกก็คงจะเป็นน้ำเปล่า แต่จะว่าไปแล้วกินน้ำมากๆ ก็อาจกระเพาะแตกได้เหมือนกัน
สิ่งที่เรากล้ายืนยันว่า 100% คืออุปกรณ์๋และน้ำยา E-Liquid ของเราไม่มีสารพิษใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ยกเว้นอย่างเดียวคือนิโคตินครับ อย่างที่บอก หากเราบริโภคแต่พอเหมาะ ก็ไม่ต้องไปกังวลครับ
เพราะผมเองก็ห่วงและรักสุขภาพตัวเองเช่นเดียวกับท่านเหมือนกัน
สำหรับปริมาณนิโคตินที่เราจะได้รับเมื่อเทียบกันจะเป็นดังนี้ครับ

หากใน 1 วัน คนที่สูบบุหรี่จริงวันละ 1 ซอง จะได้รับนิโคติน 24 มิลลิกรัม (1.2mg x 20 มวน)
หรือถ้า 2 ซองก็ 48 มิลลิกรัม

สำหรับ E-Liquid 1 ขวดขนาด 10cc (16mg High) <--- ยกตัวอย่างเป็นแบบ High ไปเลยครับ จะได้หมดห่วง
จะเท่ากับมีนิโคติืนอยู่ 160mg หรือเทียบเท่ากับบุหรี่ 6.6 ซองกว่าๆ
ขอสรุปเป็นตารางข้างล่างเลยนะครับ เป็นปริมาณนิโคตินที่ร่างการจะได้รับต่อการใช้ E-Liquid 1 ขวดนะครับ

E-Liquid Hi (16mg) 1 ขวด = 6.6 ซองบุหรี่
E-Liquid Medium (11mg) 1 ขวด = 4.5 ซองบุหรี่
E-Liquid Low (6mg) 1 ขวด = 2.5 ซองบุหรี่
หรือพูดง่ายๆ ว่าหากคุณใช้ E-Liquid แบบ High วันนึงถึงขวดหล่ะก็ คุณจะได้รับปริมาณนิโคตินเท่ากับสูบบุหรี่จริง
6.6 ซอง  แต่ในความเป็นจริง คงไม่มีใครใช้หนักขนาดนั้นแน่นอน เพื่อนผมคนที่สูบหนักๆ ก็ใช้วันละประมาณ 1/5
ขวดเท่านั้นหรือเท่ากับบุหรี่ 1.32 ซอง

ต่อไปเป็นเรื่องของจำนวนครั้งสูบที่ได้ต่อ E-Liquid 1 ขวด (อันนี้ไม่เกี่ยวกับปริมาณนิโคตินนะครับ ดังนั้นไม่ว่าแบบ
Hi Med หรือ Low ก็จะได้ผลเท่ากันครับ เพราะปริมาณ E-Liquid ใน 1 ขวดมีปริมาตรที่เท่ากันอยู่แล้ว) หลายท่านถามมาว่า
E-Liquid ที่ซื้อมา 1 ขวดเนี่ยมันจะสูบได้กี่สูบ ผมคำนวนจากที่ลองเองแล้ว 1 ขวดก็จะได้จำนวนการสูบถึงประมาณ
3000 ครั้งการสูบ (สำหรับตัวผมเองบุหรี่ 1 มวนผมสูบได้ประมาณ 15 ครั้ง) ดังนั้นก็เทียบเท่ากับบุหรี่ประมาณ 200 มวน
หรือ 1 carton ครับ  แต่อย่าลืมว่าข้อดีที่เห็นได้ชัดอย่างนึงของ e-cigarette คือ เราสามารถหยุดสูบได้ทุกเมื่อ
เช่นบางทีเราเกิดอยากบุหรี่ขึ้นมานิดๆ เราก็เอาขึ้นมาสูบสักทีสองที ก็เก็บได้แล้ว ไม่ต้่องทนสูบต่อไปให้หมดมวน
เหมือนบุหรี่จริงๆ เพราะความเสียดาย ซึ่งถ้าจะคิดให้ดีแล้ว การหันมาใช้ e-cigarette ก็มีส่วนช่วยให้เราได้รับนิโคติน
น้อยลงกว่าการที่เราสูบบุหรี่แบบเดิมด้วยซ้ำ
ที่อธิบายมาทั้งหมด เป็นข้อมูลที่มาจากประสบการณ์จริงของผมกับ e-cigarette ครับ หวังว่าคงจะพอเป็นแนวทางให้แก่ท่าน
ได้บ้างพอสมควร ว่าการที่จะมาใช้ e-cigarette เนี่ยมันมีข้อดีไม่ดีอย่างไร

จริงหรือที่เห็นข่าวในทีวีบอกว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินมากกว่าบุหรี่จริงถึง 10 เท่า ?

ผมก็เห็นข่าวเช่้นนี้แล้วเหมือนกันครับ เป็นเรื่องที่เปรียบเทียบผิด และให้ความรู้แก่ประชาชนโดยที่ไม่ได้ยึดหลักการใช้งานจริงๆ
กล่าวคือ เขาไปเปรียบเทียบปริมาณนิโคตินระหว่าง 1 Cartridge กับบุหรี่ 1 มวน ซึ่งเทียบกันไม่ได้ เพราะการใช้งานจริง การสูบ
Cartridge จะใช้เวลานานกว่าการสูบ 1 มวนครับ  ยกตัวอย่างง่ายๆ  ก็คือเขากำลัึงเปรียบเทียบน้ำอัดลมแบบลิตร
กับน้ำอัดลมแบบกระป๋อง แน่นอนครับว่าปริมาณน้ำตาลของน้ำอัดลมแบบลิตร ก็ต้องมีมากกว่าน้ำอัดลมแบบกระป๋องอยู่แล้ว
คนทั่วๆ ไปใครเขาจะกินน้ำอัดลมเป็นลิตรหล่ะครับ  แน่นอนหากกินมากขนาดนั้น ปริมาณน้ำตาลก็ย่อมได้มากกว่าจริงๆ
ในความเป็นจริง คนเราเวลาเกิดอยากกินน้ำอัดลมขึ้นมา เขาก็ดื่มจนหมดกระป๋องก็หายอยากแล้่วครับ ใครจะไปฝืนกินทีเป็นลิตรๆ
นอกจากนี้สาเหตุที่ Cartridge ถูกออกแบบมาให้เก็บนิโคตินไว้มากก็เพื่อที่ผู้ใช้งานจะได้ไม่ต้องมาเปลี่ยน cartridge
หรือเติมน้ำยากันบ่อยๆ ต่างหาก  ถ้าจะเทียบความอยากบุหรี่ คนทั่วๆ ไปเขาสูบบุหรี่หมดตัวเขาก็ไม่อยากสูบต่อกันแล้ว
เช่นกันครับ พอเราสูบบุหรี่ไฟฟ้าไปสัก 4-5 คำ คนที่สูบบุึหรี่เป็นทุกคนก็จะรู้สึกอิ่มพอแล้ว ก็คือไม่อยากสูบต่อไปแล้่ว   
นอกจากนี้ผู้ใช้งานก็ยังสามารถเลือกระดับของนิโคตินได้ว่าจะเอาเป็นแบบ High หรือ Medium หรือ Low หรือ ไม่มีนิโคตินเลยก็ยังได้

หากท่านเป็นคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว และรู้ตัวว่าเลิกไม่ได้ หรือเลิกยาก ทรมานจิตใจ  ให้ถามตัวท่านเองว่าหากท่านต้องการสุขภาพที่ดี
หรือเปล่า หากใช่ การหันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างน้อยก็มีผลที่ไม่ดีต่อร่างกายน้อยกว่าการสูบบุหรี่จริงมากครับ

วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิธีเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์

กล้องติดรถยนต์ครับ จริงๆมีให้เลือกหลายแบบ หลายรุ่นครับ มีหลายร้านในเนทที่ขายกันอยู่ครับ แบ่งง่ายๆได้หลายประเภทครับ 

1.กล้องติดรถยนต์จากจีน 

อันนี้มีราคาตั้งแต่ 550 จนถึง 3000 กว่าบาทได้เลยครับ 
ข้อดีคือถูก ฟังก์ชั่นมีหลายแบบ หลายรุ่นให้เลือก 
ส่วนข้อเสียคือประกันน้อย บางที่ไม่มีเลยครับ 
กล้องจีนมันยากมากที่จะแยกประเภท เพราะเวลาเราสั่งจากโรงงาน เราสั่งได้ครับว่าอยากได้รูปทรงแบบไหน เลนส์อะไร ชิพอะไรเพื่อ encode ภาพ คือลดต้นทุนได้หลายสเตป 
ตอนนี้มีขายกันเยอะ จากหลายโรงงาน หลายคนนำเข้า ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกซื้อมาถูก ขายถูก ต่อทุนไปครับ ประกันไม่ค่อยมี เพราะส่วนใหญ่เป็นสินค้าหนีภาษี 
ถ้าเลือกให้ดี ต้องเลือกร้านที่มี Feedback เยอะ มีประกันแน่นอน เพราะส่วนใหญ่กล้องจีน ไม่เกิน 1-2 เดือนพัง ต้องดูว่าร้านจะประกันยังไง ซ่อม หรือ เปลี่ยน หรือ สลับ 
ที่สำคัญคือขอให้ดูว่า ร้านยังมีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ซื้อเสร็จพัง กลับไปหาคนขายไม่เจอครับ อันนี้ซวยจริงๆ 

2. กล้องติดรถยนต์จากเกาหลี, ไต้หวัน 

จริงๆกล้องติดรถยนต์จากพวกนี้มีชื่อระดับโลกครับ ในเรื่องกล้อง ความชัดของเลนส์ และมีหลายยี่ห้อตั้งแต่ Lukas, Papago, Blackvue และอีกเพียบครับ 
ข้อดี คือ เลนส์ชัด ฟังก์ชั่นมาก เป็นของแบรนด์ซึ่งคนก๊อปปี้ไม่มี แต่ราคาแพงตามคุณภาพเลนส์ครับ ใช้ได้ทนและนาน 
ข้อเสีย คือ ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นสินค้า Pre-Order หรือหนีภาษีกันเข้ามา บางคนหิ้วเข้ามา บางคน E-bay มา คือของเค้าดีครับ แต่ถ้าโชคไม่ดีวันใดเกิดเสีย จะส่งกลับไปเคลมที่โรงงานจะยากมาก แม้จะประกัน 1 ปี แต่ก็ต้องเสียเวลาที่ส่งกลับ ถ้าช่วงเวลาที่ส่งกลับ ดันโชคดีมีอุบัติเหตุก็ถือว่าแจ็คพ๊อตครับ เพราะความไม่ดีไม่เข้าใครออกใครจริงไหมครับ 
ถ้าตอนเสีย คนหิ้วมายังอยู่ก็ดี แต่ถ้าไม่อยู่ไม่มีคนดำเนินเรื่องให้ จะให้คนซื้อส่งหาโรงงานนี้ยากมากครับ 

ถ้าจะซื้อของพวกนี้ผมแนะนำให้หาบริษัทที่มีตัวตนในไทยครับ ถ้าคุณยังห่วงเรื่องประกัน เช่น Besta, Papago พวกนี้เป็นบริษัท ไม่ใช่คนหิ้ว ไม่ได้หนีภาษี เวลาซื้อมาเสีย คุณมีที่มา ที่ไป ตามได้แน่นอนครับ 

ลองพิจารณาดูนะครับ นำความรู้มาแบ่งกันให้ทราบคร่าวๆ ไม่ได้มาโฆษณาสินค้าครับ แม้ว่าจะเข้ามาในฐานะพ่อค้า แต่ผมมีจรรยาบรรณพอที่จะไม่ไปบลัฟเจ้าไหน เพราะเป็นสิทธิ์ของคนซื้อครับ เพียงแต่บางครั้งเจอกับตัวว่ามีบางคนซื้อของจีนมา 1 อาทิตย์เสีย หรือ 2 เดือนเสีย ไม่เป็นไร เอามาใช้เล่นๆ เสียก็ทิ้ง 

แต่เรื่องอุบัติเหตุที่เกิดกับเรา หากต้องการจะติด มันช่วงเสี้ยววินาทีจริงๆครับถ้าต้องเอาเรื่องถึงขั้นขึ้นศาลต้องการหลักฐาน มีกล้องแต่ไม่ชัด หรือมีกล้องถ่ายไม่ได้ หรือ Frame Rate ภาพต่ำมากจับป้ายทะเบียนไม่ทัน เกิดต้องใช้จริงๆมีสิทธิ์น้ำตาไหลได้ครับ

ลองเข้าไปศึกษาเกี่ยวกับเสปคกล้องได้ที่นี่ครับ

เหตุผลที่คุณควรจะมีกล้องติดรถยนต์

เหตุผลที่คุณควรจะมีกล้องติดรถยนต์

ทุกวันนี้รถยนต์กลายเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนขาดไม่ได้ เมื่อมีคนขับรถมากขึ้น อุบัติเหตุก็ย่อมมีโอกาสเกิดได้ทุกวัน หนักบ้าง เบาบ้าง ก็มีให้เห็นกันบ่อยๆ ไม่ชนเค้า เค้าก็ชนเรา แล้วก็มานั่งเถียงกันว่าใครผิดใครถูก บางทีจอดรถไว้อยู่ดีๆ ก็มีคนมากรีดรถ ถอยมาชนแล้วหนี น่าเจ็บใจซะจริง
หลายคนน่าจะได้เห็นข่าวหรือคลิปจากกล้องติดหน้ารถกันบ่อยๆ ยอมรับว่ามีประโยชน์มาก โดยเฉพาะในยุคที่จับมือใครดมไม่ค่อยจะได้แบบนี้ ใครที่สงสัยว่ากล้องติดรถยนต์จะมีประโยชน์ มากกว่าแค่ติดเอาเท่ยังไง ลองดูคลิปเหล่านี้
กล้องติดรถยนต์เดี๋ยวนี้มีมากมาย หลายยี่ห้อ หลายรุ่นให้เลือกซื้อ ทั้งกล้องติดรถราคาแพงๆ หลายพัน จนถึงกล้องจีนที่ราคาถูกลงมาหน่อย อย่างนี้จะมีวิธีพิจารณาเลือกซื้ออย่างไรถึงจะคุ้มค่า

1. วัตถุประสงค์การใช้งาน

กล้องติดรถยนต์ตัวหนึ่งอาจทำให้ได้หลายอย่าง เช่น บันทึกวิดีโอ ภาพถ่าย เป็นกล้องวงจรปิด หรือบางรุ่นอาจมี GPS ในตัวด้วย ผู้ซื้อควรศึกษาข้อมูลกล้องเบื้องต้นและพิจารณาความต้องการของตัวเองว่าต้องการซื้อกล้องไปเพื่อใช้งานอะไร เพื่อให้ได้เครื่องมือที่ตอบโจทย์และเกิดประโยชน์สูงสุด

กล้องติดรถยนต์ถ่ายได้ 2 ด้านหน้าหลัง รุ่น R300 



2. ความคมชัดของวิดีโอ

สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดสำหรับกล้องติดรถยนต์คือ ภาพที่ดี มีความคมชัดสูงสุด ปัจจุบันกล้องติดรถยนต์เดี๋ยวนี้มีกล้องที่ให้ภาพคมชัดสูงสุดระดับ Full HD ในราคาหลักพันบาทขึ้นไป แต่หากอยากจะเน้นราคาถูกไว้ก่อน ก็มีกล้องติดรถธรรมดาที่ราคา 600-900 แต่ก็อาจจะหมายถึงคุณภาพที่ต่ำลงมาด้วย

กล้องติดรถยนต์ รุ่น F900 ความคมชัด HD

3. ภาพถ่ายในตอนกลางคืน

กล้องบางรุ่นอาจให้ภาพที่คมชัดในตอนกลางวัน แต่เมื่อใช้งานตอนกลางคืนแล้วคุณภาพไฟล์เข้าขั้นแย่ ต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อว่าหลักๆ แล้วคุณใช้งานในเวลาไหน ถ้าต้องการกล้องที่ใช้งานในที่มืดหรือตอนกลางคืน ควรซื้อหากล้องที่มีคุณสมบัติบันทึกภาพในสภาพแสงมืดได้ เช่น กล้องที่มีอินฟาเรด (IR) มองเห็นแม้ในที่มืดมาก 

กล้องติดรถยนต์ HD DVR ถ่ายกลางคืนคมชัด

4. มุมมองภาพกว้าง

ซื้อกล้องติดรถยนต์ที่เลนส์มุมกว้าง 120 องศาขึ้นไป สามารถบันทึกรายละเอียดภาพได้มุมกว้าง ส่วนกล้องติดรถมุมมองแคบ เมื่อเกิดเหตุอาจจะบันทึกภาพได้แค่หน้ารถเท่านั้น ไม่สามารถเก็บมุมมองด้านข้างรถได้

5. หาดูรีวิวจากอินเตอร์เน็ต, Youtube

หาดูรีวิวกล้องติดรถยนต์ที่มาจากผู้ใช้งานจริงที่ไม่ใช่ผู้ขายหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ ภาพจากการใช้งานจะสามารถบอกได้ว่ากล้องรุ่นที่เราสนใจ มีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ยิ่งรีวิวเยอะ ยิ่งมีตัวเปรียบเทียบเยอะและช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น


กล้องติดรถยนต์อาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญต่อการขับขี่ แต่ในยามที่เกิดเหตุไม่คาดคิด มันจะเป็นพยานสำคัญที่จะช่วยคุณได้ ในกรณีที่คุณไม่ผิด อย่างไรก็ตามในกรณีที่คุณผิดมันก็จะเป็นเครื่องเตือนสติให้คุณพิจารณาว่าเหตุเกิดจากอะไร และควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 

แค่นี้ก็น่าจะพอตอบคำถามคุณได้ว่า มีไว้...ดีกว่าไม่มีอย่างไร

กล้องติดรถยนต์ C600 แท้ vs เทียม ต่างกันยังไง

รีวิว กล้องติดรถยนต์ C600 แท้ vs เทียม ต่างกันยังไง

กล้องติดรถยนต์ สำหรับบันทึกเหตุการณ์บนท้องถนน รุ่น C600 ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เป็นประเด็นในโลกไซเบอร์ครับ  เนื่องด้วย มันแยกความแตกต่างระหว่าง ของแท้ กับ ของปลอม ได้ค่อนข้างยากถ้าไม่หยิบมาเทียบกันแบบใน รีวิวนี้



อีกเช่นเคยครับ  ผมหยิบกล้องติดรถยนต์ C600 มาเทียบแค่ 2 เกรด จาก 3 เกรดในตลาด  กล้องติดรถยนต์ C600 เกรดห่วยสุดไม่เทียบเนื่องจากภาพที่ถ่ายออกมาหรือฟังก์ชันมันต่างกันจนสังเกตุได้



กล่องของ กล้องติดรถยนต์รุ่น C600 ของแท้ ของปลอม แยกไม่ออกจริงๆครับ ดูยังไงก็แยกไม่ออก


มาดูกันที่ตัว บอดี้ของกล้องติดรถยนต์ C600 องแท้กับของปลอมกัน ก่อน อย่างแรกคือสัมผัสถ้าท่านได้สัมผัสจะรู้สึกถึงความต่างของวัสดุพอสมควรของ แท้ตัววัสดุจะดูหนึบเหนียว และหนากว่าของปลอม  อย่างที่สอง ตามคำอธิบายในรูปครับ


ลักษณะปุ่มกดที่ต่างกัน ของแท้ จะเป็นปุ่มนูนออกมามากกว่า ของปลอม  ตัวหนังสือความคมเหมือนกันครับดูไม่ออกรูปร่างหน้าตา welcome screen ไม่เหมือนกันของแท้เป็นรูปรถ  ของปลอมเป็นเขียวๆเขียน welcome



นอกนั้นรูปแบบความชัด ฟังก์ชันการใช้งานของ C600 แท้ เทียม นั้นเหมือนกันอย่างกับแกะ  แต่จะมีดีเทล ต่างกันตรงนี้แหละครับโหมด G-Sensor ที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุณ์ ตัวไฟล์ของวิดิโอทีกำลังอัด  จะไม่ถูกบันทึกอัดทับลงไป (1G =  อัตราเร่ง 9.81 m/s2)

ชมบทความอื่นที่นี่

บุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตรายอย่างที่คิด

บุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตรายอย่างที่คิด


ปัจจุบันนี้มีจากองค์กรต่างๆออกมาให้ข่าวเรื่องอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ค่อนข้างเยอะส่วนใหญ่นั้นจะพูดถึงเรื่องปริมาณนิโคติน

ที่ร่างกายจะได้รับจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายถึงขั้นทำให้หัวใจวายได้ หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นยาเสพติดชนิดร้ายแรง หรืออื่นๆวันนี้ผมจะไม่ขอพูดถึงเหตุผลว่าทำไมองค์กรต่างๆที่ออกมาให้ข่าวจะบิดเบือนความจริงได้ขนาดนี้ แต่ผมจะขออธิบายในเรื่อง


ของสารนิโคตินที่ได้รับจากบุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่ได้อันตรายอย่างที่ข่าวได้พูดถึงกันเลยเรื่องปริมาณนิโคตินนั้นบุหรี่ไฟฟ้ามีให้เลือก

หลายระดับขึ้นอยู่กับว่าติดบุหรี่มากหรือน้อย สูงสุด 18 มิลลิกรัม ถ้าเป็นไปป์จะสูงกว่าเพราะแท่งบรรจุจะใหญ่กว่าปกติ เท่า

ลดลงไปจนถึง มิลลิกรัม ซึ่งน้อยที่สุด และ น้อยกว่านี้สำหรับคนที่เลิกบุหรี่ได้เด็ดขาดแล้ว คือ มิลลิกรัม เอาไว้ดูดเล่นๆ
สูบแล้วไม่ติด(มีประโยชน์สำหรับคนที่ติดบุหรี่ครับ แต่ผมไม่อธิบาย และอย่าไปกังวลว่าคนที่ไม่ติดบุหรี่จะเอามาสูบเล่นครับ)
แต่ละแท่งจะมีปริมาณน้ำยาประมาณ มิลลิลิตร โดย 80-90% คือ Propylene Glycol และที่เหลือเป็นน้ำและส่วนประกอบอื่นๆ
ปริมาณน้ำยาที่บรรจุจะขึ้นอยู่กับขนาด รูปทรง และรุ่นของบุหรี่ไฟฟ้าแต่ผมจะพูดถึงแบบทั่วไปซึ่งบรรจุน้ำยา มิลลิลิตร นะครับ
การคำนวน
แท่งนิโคติน 1 แท่ง (หรือ มิลลิลิตร) สูบได้ประมาณ  200-300 ครั้ง ผมขอเป็น 200 ครั้งก็แล้วกัน ในขณะที่บุหรี่ มวนจะสูบ
หมดภายใน 10 ครั้งเท่ากับว่า แท่งนิโคตินเท่ากับบุหรี่ 20 มวน(ผู้ขายบางรายอ้างว่า แท่งนิโคตินประมาณบุหรี่ 1-2 ซอง)
ถ้าสูบบุหรี่ไฟฟ้าหมด แท่ง สมมุติว่าผมใช้แบบสูงสุด จะได้รับนิโคติน 18 มิลลิกรัม
ส่วนบุหรี่จริง มวน มีนิโคติน 1.2 มิลลิกรัม ดังนั้น ซองหรือ 20 มวน จะได้รับนิโคติน 1.2 x 20 = 24 มิลลิกรัม
บุหรี่ ซอง มีนิโคตินมากกว่าแท่งนิโคติน แท่งครับ
ดังนั้น จำนวนนิโคตินที่ได้รับ จากการสูดเข้าปอด ครั้ง

จากบุหรี่ไฟฟ้า = 18/200 = 0.09 มก.
จากบุหรี่ = 24/200 = 0.12 มก.
และถ้าเราสูบด้วยแท่งนิโคตินแบบ Low ที่มีนิโคตินเพียง มิลลิกรัม เท่ากับว่า บุหรี่ ซอง เท่ากับแท่งนิโคติน แท่ง
ตอนนี้ ก็อยู่ที่ผู้สูบ(บุหรี่ไฟฟ้า) ที่จะต้องคอยควบคุมจำนวนแท่งนิโคตินที่จะใช้ในแต่ละวัน (แนะนำให้ใช้วันละไม่เกิน ใส้)
ความเสี่ยงจึงอยู่ในความควบคุมของผู้สูบเท่านั้น
ที่ผมอธิบายมาทั้งหมดนี้เห็นมั้ยละครับว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด บุหรี่จริงซะอีกที่มีอันตรายและผลเสียมากกว่า
บุหรี่ไฟฟ้า ผมคงไม่อาจบอกให้ทุกท่านเชื่อในสิ่งที่ผมมาพูดในวันนี้ได้สุดท้ายแล้วมันก็อยู่ที่วิจารณาญาณของทุกท่านเองครับ
ขอบคุณครับ
Pingates