Want_to_go_shop จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และกล้องติดหน้ารถ สินค้า IT Android TV พร้อมสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย https://www.facebook.com/wanttogoshop http://wanttogo.lnwshop.com/
วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556
วิธีใช้, บุหรี่ไฟฟ้า
ทำไมต้องบุหรี่ไฟฟ้า?
แนะนำและอธิบายวิธีใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ มือเก่าก็ขอเรียนเชิญครับ มาช่วยกันแนะนำเทคนิคและวิธีใช้ให้กับผู้เริ่มต้นกัน
เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วผมเคยถามคำถามนี้กับตัวเองมาแล้วครับ จนได้มาศึกษาค้นหาข้อมูลต่างๆรวมทั้งประสบการณ์จริงจากผู้ใช้งาน ทั้งคนใกล้ตัวและใน internet
ทำให้ตัดสินใจกินแกลบถอยชุด 510 standard auto มาใช้ผลที่ได้รับคือ ผมเลิกบุหรี่จริงได้ทันทีในวันแรกที่เริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้า
ทั้งที่เคยพยายาม ทั้งลอง ทั้งลด ทั้งเลิก โดยไม่ใช้ตัวช่วยใดๆก็ไม่เคยได้ผล ปัญหาและคำถามในใจผมก็น่าจะคล้ายๆกับมือใหม่ และผู้ที่สนใจหลายๆท่านที่ว่า
"มันดีจริงหรือ?" "มันจะปลอดภัยหรือไม่?" "ราคาแพงขนาดนี้จะใช้ได้คุ้มค่าหรือเปล่า?" คำตอบของคำถามเหล่านี้ที่ผมค้นพบด้วยประสบการณ์คือ
- ผมเลิกบุหรี่จริงในได้วันแรกที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า
-กลิ่นปาก กลิ่นตัว ที่เป็นกลิ่นเหม็นไหม้ของบุหรี่หายไป
-อาการไอ จาม ในตอนเช้าที่ตื่นนอนหายไป
-เสียงที่เคยแหบแห้งก็ชัดเจนแจ่มใส หน้าตามีน้ำมีนวล สาวติดตรึม(อันนี้ผมเอาฮาครับ มีผลเฉพาะบุคคล ท่านใดใช้แล้วสาวไม่ติดอย่ามาโทษผมนะ )
-อาการเหนื่อยง่าย หอบง่าย ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้เป็นเวลานานหายไป
-สุขภาพร่างกายโดยรวมสมบูรณ์แข็งแรงขึ้น เจริญอาหารมากขึ้น
-ความปลอดภัยในระยะยาว แม้จะยังไม่อาจหาคำตอบได้ แต่ถ้าในระยะ 1-2 ปี จากประสบการณ์ของตัวเองไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
-เทียบกับบุหรี่จริงแล้ว สารเคมี สารตกค้างที่อาจมีจากตะกั่วที่บัดกรีในอะตอม(CE2), ไอการเผาไหม้ที่เกิดจากเส้นใยเดินน้ำยา และไอน้ำที่ได้จากการต้มน้ำยา มีน้อยและปลอดภัยกว่าบุหรี่จริงอย่างเทียบกันไม่ได้
-ผลข้างเคียงที่ได้รับมีน้อยกว่าผลข้างเคียงจากบุหรี่จริง (ปากแห้ง คอแห้ง คันคอ บางรายอาจมีอาการแพ้สารบางตัวในน้ำยา แต่สามารถเปลี่ยนชนิดเพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ได้)
-สามารถสูบได้โดยแทบจะไม่รบกวนคนข้างเคียง เพราะควันที่พ่นออกมาคือไอน้ำธรรมดา ซึ่งถ้าหากจะมีนิโคตินปนออกมาด้วยก็น้อยแสนน้อยจนเอามาเทียบกันกับ"ควันมือสอง"ไม่ได้เลย
-สามารถสูบได้แม้ในห้องแอร์ ห้องนอน หรือในรถโดยไม่ต้องเปิดกระจก เพราะไอน้ำแทบไม่มีกลิ่น ไม่เป็นอันตราย(แต่ถ้าสูบในรถไอน้ำอาจบดบังวิสัยทัศน์ในขณะขับรถได้ แต่ไม่มากนัก)
-ราคาการลงทุนเริ่มต้นแม้จะสูงถึงประมาณ 2000 กว่าบาท แต่สามารถคืนทุนได้ในเวลา 3-4 เดือนเป็นอย่างสูง ไม่นับชุดอุปกรณ์เริ่มแรก แค่ค่าน้ำยาขวดละ 70-150 บาท และ 1 ขวดใช้ได้ 5 วัน ถึง 3 อาทิตย์ เทียบกับสูบบุหรี่วันละซอง 75 บาท(ราคา Marlboro สมัยผมยังไม่เลิกสูบ) คูณ 30 วัน เป็นเงินเดือนละ 2250 บาท ไม่รวมต้นทุนสุขภาพที่ได้คืนมา จะเห็นว่าคุ้มค่ามาก
ข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้าก็มีครับ แล้วแต่ท่านผู้เริ่มใช้ หรือกำลังตัดสินใจจะใช้พิจารณานะครับ
-ค่อนข้างยุ่งยากในการดูแลรักษาและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น อะตอมน้ำยาท่วม, แบตชาร์จไฟไม่เข้า, น้ำยาลงไม่ทัน ฯลฯ ซึ่งต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ในการดูแลและแก้ไขเฉพาะหน้า สามารถค้นหาดูข้อมูลที่มีอยู่แล้วในบอร์ดนี้ได้เลย หรือจะตั้งคำถามใหม่ก็ได้ครับ คนตอบมีเยอะแยะ อิอิ
-รสไม่เหมือนบุหรี่จริงโดยสิ้นเชิง เวลาที่เราสูบบุหรี่จริงมันจะเป็นรสของควัน ซึ่งจะขมและเหม็นไหม้ แต่บุหรี่ไฟฟ้าเป็นรสหวานปะแล่มๆครับ แต่ถ้าเอาน้ำยามาแตะลิ้นโดยตรงมันจะซ่าๆลิ้น ไม่ถึงกับขื่นและมีหวานติดปลายเล็กๆครับ ทำให้ไม่รู้สึกผะอืดผะอมเพราะความขมเหมือนเวลาสูบบุหรี่จริง
-จากประสบการณ์ที่เคยพบ บางท่านติดกลิ่นและควันจริงๆจากการเผาไหม้ของบุหรี่จริง ทำให้ไม่มีความต้องการหรือสนใจจะใช้บุหรี่ไฟฟ้า
-ผลข้างเคียงที่ไม่ใช่เกิดจากอาการแพ้สาร Propylene Glycol ในน้ำยาค่อนข้างจะน่ารำคาญนั่นคือ คอแห้ง ปากแห้ง ผิวแห้ง คันคอ ทำให้ต้องสูบไปจิบน้ำไปอยู่ประจำ
-อุปกรณ์ทุกชิ้นมีอายุการใช้งาน เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพจำเป็นต้องมีอะไหล่สำรองติดตัวไว้เสมอกรณีเกิดอุบัติเหตุขลุกขลักขึ้นมา ก็ยังไม่ขาดบุหรี่ไฟฟ้า
ควรจะใช้บุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใด ถึงจะเหมาะสมกับตัวเอง?
หลักๆแล้วจะแบ่งกลุ่มผู้สูบบุหรี่ออกเป็น 3 ระดับครับ คือ
1.ผู้ที่สูบน้อย, สูบขำๆยามว่าง หรือสูบเฉพาะตอนเที่ยว ประมาณไม่เกินครึ่งซองต่อวัน
2.ผู้ที่สูบเป็นประจำแต่ไม่ถี่ ประมาณ 1-2 ซองต่อวัน
3.ผู้ที่สูบจัด ตั้งแต่ 2 ซองขึ้นไปต่อวัน
สำหรับผู้ที่เข้าข่ายข้อ 1 จริงๆแล้วแค่ชุด 510-T standard สักชุดก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเบื่อที่จะต้องชาร์จแบตหรือเติมน้ำยาบ่อยๆ จะใช้ eGo-T เลยก็ได้ครับ แต่ถ้าต้องการพกพาสะดวกและไม่เตะตา ขนาดกะทัดรัด ก็ควรจะเป็นชุด 510-T standard
ผู้ที่เข้าข่ายข้อ 2 แนะนำว่าเป็นชุด eGo-T แบบ Full Set ที่มีแบตให้ถึง 2 ก้อนไปเลยจะจบทุกอย่างครับ แทบไม่ต้องพะวงว่าแบตจะหมดในระหว่างวันเลย จริงๆแล้วรูปทรงก็ถือว่าสวยเลยนะครับสำหรับรุ่นนี้ แต่ถ้าอยากจะใช้แบบกะทัดรัด 510-T standard ก็ได้ครับ แต่คงต้องพกแบตกันทีเป็นมัดๆ
ผู้ที่เข้าข่ายข้อ 3 ชุด eGo-T Full Set ก็อาจไม่เพียงพอ แนะนำว่าใช้แบต mod ขนาดใหญ่ไปเลยจะดีกว่าครับ เลือกตัวที่มีความจุตั้งแต่ 2200 mah ขึ้นไปก็น่าจะเพียงพอ แต่ควรจะมีแบตสำรองไว้คอยสลับสับเปลี่ยนขณะชาร์จแบตด้วยจะดีกว่าครับ ส่วนจะหาแบต mod จากไหน ในบอร์ดนี้ก็มีผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหลายท่านครับทั้งคุณ The Cignature, คุณ nov7 และคุณ bickbanmoh ไว้วางใจได้ทั้งคุณภาพและการบริการครับ
จะใช้น้ำยากลิ่นอะไรดี และระดับนิโคตินเท่าไหร่?
สำหรับเรื่องกลิ่นแทบจะแนะนำกันไม่ได้เลยครับ เพราะ 100 คน ก็ 100 แบบ เป็นปัญหาโลกแตกกันจนทุกวันนี้
แต่พอจะแบ่งกว้างๆได้ดังนี้ครับ
1.กลิ่นแนวบุหรี่
2.กลิ่นแนวเย็นๆ
3.กลิ่นแนวผลไม้หรือขนม
ปกติถ้าเป็นท่านที่ตอนสูบบุหรี่จริงสูบ L&M แดง, Marlboro แดง, กรองทิพย์, กรุงทอง ฯลฯ ที่ไม่ใช่แบบ Menthol จากการสอบถามผู้รู้และผู้จัดจำหน่ายน้ำยา จะแนะนำว่าให้ลองใช้กลิ่น USA MIX(คือกลิ่น Marlboro แต่เปลี่ยนชื่อเรียกเนื่องจากปัญหาลิขสิทธิ์)ไปก่อนครับ แล้วค่อยทดลองกลิ่นอื่นๆ เช่น DK-Tab, Turkish Blended, Cuba Cigar และ Virginia เป็นต้น
หากเป็นท่านที่สูบกลิ่นแบบเย็นๆ พวก Menthol, Ice หรือ Black Menthol แนะนำว่าลอง USA MIX Menthol ดูก่อนครับ จะมีกลิ่นบุหรี่และหอมเย็นๆ แต่ถ้าอยากได้เย็นๆหอมๆแต่ไม่มีกลิ่นบุหรี่ก็จะเป็นกลิ่นจำพวก Mint หรือ Menthol ครับ
หากเป็นท่านที่ชอบสูบบุหรี่ผลไม้เช่น Peel, DJMix, Black Devil, SKL หรือบารากู่ เป็นต้น กลิ่นผลไม้มีให้เลือกเยอะมากมายคับ แบบผลไม้ผสมกลิ่นเย็นๆก็มี ที่นิยมกันมากๆก็กลิ่น Apple, Pina Colada(สัปปะรดคอกเทล) และStrawberry เป็นต้น
สุดท้ายคือหากไม่เจอกลิ่นที่ถูกใจอาจจะต้องลองผสมกลิ่นดูเองครับ
ระดับนิโคตินที่เหมาะสม
-สำหรับผู้ที่สูบน้อย เริ่มจากแบบ low(6 mg) ยังได้เลยครับเพราะไม่หนักไป ชิวๆได้ที่
-ผู้ที่สูบ 1-2 ซองต่อวัน จะใช้ตั้งแต่ high(16 mg)แล้วค่อยปรับลดลงมาหากแรงเกินไป หรือจะเริ่มจาก medium(11 mg)เลยก็ได้ครับ
-ผู้ที่สูบ 2 ซองขึ้นไปต่อวัน เริ่มตั้งแต่ high(16 mg)เลยก็ได้ครับ แต่ถ้ารู้สึกว่าจะแรงไป มึนเกินรับไม่ไหว ค่อยลองปรับมาเป็น medium(11 mg)ครับ
ทั้งนี้หากเป็นผู้ที่ต้องการสูบเพื่อทดแทน หากหาระดับนิโคตินที่พอเหมาะกับตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องปรับลดระดับนิโคตินลงก็ได้ครับ แต่ถ้าเป็นผู้ที่ต้องการสูบเพื่อเลิก ค่อยๆปรับตัวให้ชินในแต่ละระดับแล้วค่อยๆลดระดับลงมาจนถึง non(0 mg)คือไม่มีนิโคติน แล้วจะเลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้าต่อไปด้วยเลยก็เป็นเรื่องประเสริฐที่สุดครับ
ได้บุหรี่ไฟฟ้ามาแล้ว แต่จะใช้ยังไง?
ขั้นแรกคือต้องทราบก่อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่ได้มาเป็นรุ่นอะไร แบตมีความจุเท่าไหร่ อะตอมทำงานปกติทุกตัวหรือไม่ อุปกรณ์ในชุดมีครบตามที่สั่งซื้อมาหรือไม่
ต่อมาก็ทดลองใช้เลยครับ ในที่นี้สมมติว่าเป็นชุด 510-T standard แบบ manual นะครับ เริ่มจาก
1.นำอะตอมมาขันเกลียวต่อเข้ากับแบต
2.นำคาทริดจ์มาแกะห่อ เปิดฝา เติมน้ำยาลงไป แล้วปิดฝาให้สนิท
3.เสียบคาทริดจ์เข้ากับอะตอม กดลงไปให้แน่นสนิทเลยนะครับ แต่ไม่ต้องหมุน ควง ทะลวงอะไรให้รุนแรง แค่กดลงไปตรงๆ ถ้าทำถูกต้องจะได้ยินเสียงดัง "กรึก" นั่นคือเดือยโลหะในอะตอมเจาะเข้ามาในคาทริดจ์แล้ว
4.สังเกตุระดับน้ำยาในคาทริดจ์ ด้วยการถือบุหรี่ไฟฟ้าในแนวตั้งให้ด้านคาทริดจ์อยู่ด้านบน และดูระดับน้ำยาว่ามีฟองอากาศผุดขึ้นหรือไม่ ถ้ามีฟองอากาศผุดขึ้นแสดงว่าน้ำยาได้มีการไหลลงไปยังอะตอมแล้ว แต่ถ้าไม่มีปฏิกริยาใดๆ ให้ถอดคาทริดจ์ออกมา และแกะฝาดูว่ารูที่เจาะเปิดขึ้นเพียงพอหรือไม่
5.ถ้าระดับน้ำยาในข้อ 4 มีการไหลลงสู่อะตอมแล้วให้ลองสูบดู วิธีสูบคือ ใช้ปากคาบคาทริดจ์ไว้ กดปุ่มที่แบต แล้วออกแรงสูบแรงกว่าบุหรี่จริงเล็กน้อยและสูบลากสัก 5-6 วินาที แล้วปล่อยมือจากปุ่มกด หากมีไอน้ำออกมาหลังจากที่พ่น และมีกลิ่นน้ำยาชัดเจน ไม่มีอาการเหม็นไหม้หรือแสบคอ แสดงว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีสภาพปกติและพร้อมใช้ครับ
ป้ายกำกับ:
น้ำยาบุหรี่,
บุหรี่ไฟฟ้า,
แบตเตอรี่บุหรี่
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น