วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ความแตกต่างของบุหรี่จริง&บุหรี่ไฟฟ้า


บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยจริงหรือ?
เป็นคำถามสำคัญอันดับแรกเลย ที่คนที่สูบบุหรี่มักจะตั้งคำถามไว้ในใจก่อน  ขอตอบโดยให้ข้อมูลดังนี้ครับ
ถ้าคุณเป็นคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว  e-cigarette มีความเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ที่คุณสูบอยู่หลายร้อยเท่า ด้วยเหตุผลที่ว่า
มันไม่มีส่วนผสมใดๆ ที่เกีียวข้องกับใบยาสูบเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นมันจึงไม่มีสารต่างๆ เหล่านี้อันได้แก่ทาร์หรือน้ำมันดิน
คาร์บอนมอนออกไซด์ บิวเทน แอมโมเนีย ไซยาไนด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ สารหนู ฟีนอล กัมมันตภาพรังสีและอื่นๆ
ที่สามารถทำให้เกิดโรคต่างๆ อันได้แก่ โรคถุงลมโป่งพอง มะเร็งที่ปอด คอและปาก ฟันไม่มีคราบเหลือง
ปลอดภัยกับผู้ใช้ และผู้ใกล้ชิด
แล้วมีคำถามกลับว่า ถ้ามันปลอดภัยกว่าบุหรี่ แล้วมันปลอดภัย 100 % หรือเปล่า

ผมขอตอบแบบตรงไปตรงมาอย่างนี้ครับ  ของทุกอย่างในโลก ถ้าเราบริโภคมันแต่พอดี ไม่มากจนเกินไป ก็ปลอดภัยครับ
หรือหากจะพูดแบบกวนๆ หน่อยก็ได้ว่า หากมีคนถามคุณว่า กินปลาหมึกหรือกินเต้าหู้ปลอดภัย 100 % หรือเปล่า
ใครจะมายืนยันกับคุณว่า กินปลาหมึกอบกรอบของเขาหรือเต้าหู้ของเขาแล้วมันปลอดภัย 100% ทุกอย่างที่ผลิตขึ้นมา
หากบริโภคมากเกินไป ก็ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดอะไรได้ทั้งนั้น  เช่นวันๆ เอาแต่นั่งกินเต้าหู้มันทั้งวัน
เพราะร้านที่ทำเต้าหู้บอกว่ามันปลอดภัย  ถามว่าใครจะกล้าบอกว่า ปลอดภัย 100%  นั่นคือสาเหตุว่าทำไมหน่วยงาน
FDA (Food and Drug Administrator) ในต่างประเทศจึงระบุว่า e-liquid ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
อีกทั้ง ตัว e-cigarette เองก็ไม่เข้าข่ายว่าเป็นบุหรี่ เนี่องจากไม่มีส่วนผสมของใบยาสูบเลย แต่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทดแทน
หรือเป็นทางเลือกของคนที่สูบบุหรี่ และไม่เข้าข่ายว่าเป็น smoking cessation device แต่เป็น battery-operated nicotine
delivery device หรืออุปกรณ์ที่นำนิโคตินสู่ร่างกาย ซึ่งก็เป็นหลักการเดียวกับ หมากฝรั่งเลิกบุหรี่ หรือแผ่นแปะเลิกบุหรี่
ที่ขายกันตามร้านขายยาในบ้านเรา พูดง่ายๆ ก็คือเป็นอุปกรณ์ที่เขาออกแบบมาให้มีลักษณะภายนอกให้เหมือนบุหรี่
และสามารถสร้างควันให้คล้ายๆ กับบุหรี่จริงนั่นเอง เพี่อช่วยให้คนที่ต้องการเลิกบุหรี่สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ทางเลือก
อีกทางเลือกนึงแทนที่จะใช้แผ่นแปะ หรือหมากฝรั่งนั่นเอง

ต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่ามันมีข้อแตกต่างระหว่าง smoke กับ vapor นะครับ เขาถึงจัดว่ามันไม่ใช่ smoking device
smoke หมายถึงควันที่เกิดจากการเผาไหม้ เช่นควันที่เกิดจากการไหม้ของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษไหม้
หรือบุหรี่ไหม้ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีสารปนเปื้อนอยู่เยอะ ส่วน Vapor จะหมายถึงควันในรูปแบบของไอน้ำ
นึกง่ายๆ ก็เช่นพวกหมอกของไอน้ำต่างๆ ทั้ง smoke และ vapor หากดูจากภายนอกแล้ว ค่อนข้่างจะเหมือนกันมากๆ
(เหมือนเพลงหมอกและควันของพี่เบิร์ดเลย ดูเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน) แต่การเกิดของมันไม่เหมือนกัน
และสารปนเปื้อนที่ปนมาก็ไม่เหมือนกันเช่นกันครับ คงไม่ต้องบอกว่าอะไรมีสารพิษมากกว่ากัน

สำหรับท่านที่ต้องการคำตอบจากผมว่า ปลอดภัย 100 % นั้น ผมเองก็ขอแนะนำว่า หากท่านมีความกังวลมาก
และต้องการสิ่งที่ปลอดภัย 100% ก็ควรที่จะไม่สูบอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่จริง หรือ e-cigarette ครับ ฟังดูอาจกวนๆ
แต่ก็เป็นความจริงครับ เพราะหากคุณวันๆ เอาแต่สูบ e-cigarette ซึ่งปลอดภัยมากพอสมควรแล้ว ท่านก็อาจจะได้รับนิโคติน
มากเกินไป ซึ่งก็จะมีผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน นั่นแหละคือที่มาที่ว่า ทาง FDA เพียงแต่ระบุึว่า ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตราย
ต่อชีวิต แทนที่จะใช้คำว่า ปลอดภัย 100% ต่อชีวิต  เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่า ท่านๆ ที่นำ e-cigarette ไปใช้ จะใช้กันเยอะขนาดไหน
จึงระบุไว้เพียงแค่ว่า ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย  เหมือนกับโฆษณาว่า ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวดยังไงยังงั้นเลยครับ
ของหลายอย่างที่เข้าข่าย แต่กลับยอมให้ขายได้ มีตั้งเยอะครับ เช่นผงชูรส เครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟ หรือแม้แต่บุหรี่จริงๆเอง
ทุกอย่างไม่มีปลอดภัย 100% ครับ  เพราะคำว่าปลอดภัย 100% สำหรับผมจะหมายถึงจะบริโภคเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีอันตรายใดๆ
ทั้งสิ้น เท่าที่พอจะนึกออกก็คงจะเป็นน้ำเปล่า แต่จะว่าไปแล้วกินน้ำมากๆ ก็อาจกระเพาะแตกได้เหมือนกัน
สิ่งที่เรากล้ายืนยันว่า 100% คืออุปกรณ์๋และน้ำยา E-Liquid ของเราไม่มีสารพิษใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ยกเว้นอย่างเดียวคือนิโคตินครับ อย่างที่บอก หากเราบริโภคแต่พอเหมาะ ก็ไม่ต้องไปกังวลครับ
เพราะผมเองก็ห่วงและรักสุขภาพตัวเองเช่นเดียวกับท่านเหมือนกัน
สำหรับปริมาณนิโคตินที่เราจะได้รับเมื่อเทียบกันจะเป็นดังนี้ครับ

หากใน 1 วัน คนที่สูบบุหรี่จริงวันละ 1 ซอง จะได้รับนิโคติน 24 มิลลิกรัม (1.2mg x 20 มวน)
หรือถ้า 2 ซองก็ 48 มิลลิกรัม

สำหรับ E-Liquid 1 ขวดขนาด 10cc (16mg High) <--- ยกตัวอย่างเป็นแบบ High ไปเลยครับ จะได้หมดห่วง
จะเท่ากับมีนิโคติืนอยู่ 160mg หรือเทียบเท่ากับบุหรี่ 6.6 ซองกว่าๆ
ขอสรุปเป็นตารางข้างล่างเลยนะครับ เป็นปริมาณนิโคตินที่ร่างการจะได้รับต่อการใช้ E-Liquid 1 ขวดนะครับ

E-Liquid Hi (16mg) 1 ขวด = 6.6 ซองบุหรี่
E-Liquid Medium (11mg) 1 ขวด = 4.5 ซองบุหรี่
E-Liquid Low (6mg) 1 ขวด = 2.5 ซองบุหรี่
หรือพูดง่ายๆ ว่าหากคุณใช้ E-Liquid แบบ High วันนึงถึงขวดหล่ะก็ คุณจะได้รับปริมาณนิโคตินเท่ากับสูบบุหรี่จริง
6.6 ซอง  แต่ในความเป็นจริง คงไม่มีใครใช้หนักขนาดนั้นแน่นอน เพื่อนผมคนที่สูบหนักๆ ก็ใช้วันละประมาณ 1/5
ขวดเท่านั้นหรือเท่ากับบุหรี่ 1.32 ซอง

ต่อไปเป็นเรื่องของจำนวนครั้งสูบที่ได้ต่อ E-Liquid 1 ขวด (อันนี้ไม่เกี่ยวกับปริมาณนิโคตินนะครับ ดังนั้นไม่ว่าแบบ
Hi Med หรือ Low ก็จะได้ผลเท่ากันครับ เพราะปริมาณ E-Liquid ใน 1 ขวดมีปริมาตรที่เท่ากันอยู่แล้ว) หลายท่านถามมาว่า
E-Liquid ที่ซื้อมา 1 ขวดเนี่ยมันจะสูบได้กี่สูบ ผมคำนวนจากที่ลองเองแล้ว 1 ขวดก็จะได้จำนวนการสูบถึงประมาณ
3000 ครั้งการสูบ (สำหรับตัวผมเองบุหรี่ 1 มวนผมสูบได้ประมาณ 15 ครั้ง) ดังนั้นก็เทียบเท่ากับบุหรี่ประมาณ 200 มวน
หรือ 1 carton ครับ  แต่อย่าลืมว่าข้อดีที่เห็นได้ชัดอย่างนึงของ e-cigarette คือ เราสามารถหยุดสูบได้ทุกเมื่อ
เช่นบางทีเราเกิดอยากบุหรี่ขึ้นมานิดๆ เราก็เอาขึ้นมาสูบสักทีสองที ก็เก็บได้แล้ว ไม่ต้่องทนสูบต่อไปให้หมดมวน
เหมือนบุหรี่จริงๆ เพราะความเสียดาย ซึ่งถ้าจะคิดให้ดีแล้ว การหันมาใช้ e-cigarette ก็มีส่วนช่วยให้เราได้รับนิโคติน
น้อยลงกว่าการที่เราสูบบุหรี่แบบเดิมด้วยซ้ำ
ที่อธิบายมาทั้งหมด เป็นข้อมูลที่มาจากประสบการณ์จริงของผมกับ e-cigarette ครับ หวังว่าคงจะพอเป็นแนวทางให้แก่ท่าน
ได้บ้างพอสมควร ว่าการที่จะมาใช้ e-cigarette เนี่ยมันมีข้อดีไม่ดีอย่างไร

จริงหรือที่เห็นข่าวในทีวีบอกว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินมากกว่าบุหรี่จริงถึง 10 เท่า ?

ผมก็เห็นข่าวเช่้นนี้แล้วเหมือนกันครับ เป็นเรื่องที่เปรียบเทียบผิด และให้ความรู้แก่ประชาชนโดยที่ไม่ได้ยึดหลักการใช้งานจริงๆ
กล่าวคือ เขาไปเปรียบเทียบปริมาณนิโคตินระหว่าง 1 Cartridge กับบุหรี่ 1 มวน ซึ่งเทียบกันไม่ได้ เพราะการใช้งานจริง การสูบ
Cartridge จะใช้เวลานานกว่าการสูบ 1 มวนครับ  ยกตัวอย่างง่ายๆ  ก็คือเขากำลัึงเปรียบเทียบน้ำอัดลมแบบลิตร
กับน้ำอัดลมแบบกระป๋อง แน่นอนครับว่าปริมาณน้ำตาลของน้ำอัดลมแบบลิตร ก็ต้องมีมากกว่าน้ำอัดลมแบบกระป๋องอยู่แล้ว
คนทั่วๆ ไปใครเขาจะกินน้ำอัดลมเป็นลิตรหล่ะครับ  แน่นอนหากกินมากขนาดนั้น ปริมาณน้ำตาลก็ย่อมได้มากกว่าจริงๆ
ในความเป็นจริง คนเราเวลาเกิดอยากกินน้ำอัดลมขึ้นมา เขาก็ดื่มจนหมดกระป๋องก็หายอยากแล้่วครับ ใครจะไปฝืนกินทีเป็นลิตรๆ
นอกจากนี้สาเหตุที่ Cartridge ถูกออกแบบมาให้เก็บนิโคตินไว้มากก็เพื่อที่ผู้ใช้งานจะได้ไม่ต้องมาเปลี่ยน cartridge
หรือเติมน้ำยากันบ่อยๆ ต่างหาก  ถ้าจะเทียบความอยากบุหรี่ คนทั่วๆ ไปเขาสูบบุหรี่หมดตัวเขาก็ไม่อยากสูบต่อกันแล้ว
เช่นกันครับ พอเราสูบบุหรี่ไฟฟ้าไปสัก 4-5 คำ คนที่สูบบุึหรี่เป็นทุกคนก็จะรู้สึกอิ่มพอแล้ว ก็คือไม่อยากสูบต่อไปแล้่ว   
นอกจากนี้ผู้ใช้งานก็ยังสามารถเลือกระดับของนิโคตินได้ว่าจะเอาเป็นแบบ High หรือ Medium หรือ Low หรือ ไม่มีนิโคตินเลยก็ยังได้

หากท่านเป็นคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว และรู้ตัวว่าเลิกไม่ได้ หรือเลิกยาก ทรมานจิตใจ  ให้ถามตัวท่านเองว่าหากท่านต้องการสุขภาพที่ดี
หรือเปล่า หากใช่ การหันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างน้อยก็มีผลที่ไม่ดีต่อร่างกายน้อยกว่าการสูบบุหรี่จริงมากครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Pingates